หลักวิทยาศาสตร์สร้างโลก

อ็องตวน ลาวัวซีเย ผู้ที่ค้นพบพัฒนาดินปืน

Otto Antoine La cow Dizier.

ผมมีนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่มีความเสียสละและน่ายกย่องมากมายเลยที่เดียวเลยนะครับสำหรับบุคคลท่านนี้ โดยเขามีชื่อว่า อ็องตวน ลาวัวซีเย เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2286 โดยถิ่นฐานที่เขาอยู่คือประเทศฝรั่งเศส คนๆนี้ถือว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจมากไปด้วยความสามารถเลยที่เดียวก็ว่าได้ และเขาชอบที่จะหาความรู้ในเรื่องของเคมีอยู่เป็นประจำเพื่อค้นหาสิ่งที่มีอานุภาพได้ดียิ่งขึ้น และผลงานด้านวิทยาศาสตร์ของเขานั้นถือว่าเป็นอะไรที่เยี่ยมยอดมากมายเลยที่เดียว เขาได้ทดลองเกี่ยวการเผาไหม้และการสลายสารอาหารที่เป็นสิ่งมีชีวิตในคนของเรานั้นเอง และเขาก็ได้ค้นพบสาร โฟลจิสตันขึ้นมาเองด้วย เมื่อเขานำสิ่งของไปเผาไหม้ก็จะปล่อยสารที่มีชื่อ โฟลจิสตันออกมา ซึ่งสารนี้จะเป็นตัวพัฒนาคิดค้นต่อไปในอนาคตภายข้างหน้าอย่างแน่นอนเลยที่เดียว และเขายังได้พัฒนาสิ่งที่มีอันตรายต่อคนให้มีอานุภาพที่มีความแรงมากขึ้นนั้นก็คือ ดินปืน เขาได้ทดลองหลายอย่างเกี่ยวกับดินปืนสิ่งนี้มากมายจนมันสามารถมีแรงอนุภาพมากขึ้นกว่าเดิมจนให้เกิดการระเบิดได้อย่างรุนแรงมากยิ่งขึ้น และเขายังได้เขียนหนังสือขึ้นที่เป็นในแบบของเขาเองโดยได้บรรยายสิ่งต่างๆที่มีชื่อว่า Traité Élémentaire de Chimie นั้นเองและได้ตีพิมพ์สู่ท้องตลาดเมื่อปี พ.ศ.2332 โดยในเนื้อของเขาจะโยงไปเกี่ยวกับ กฎการอนุรักษ์มวล เลยเกือบทั้งเล่ม แต่แล้วในเวลาหลายปีต่อมต่อมา อ็องตวน ต้องถูกตัดสินประหารชีวิตเรื่องมาด้วยจากมีคนว่าเขาเป็นพวกกบฎ และสิ่งที่เขาต้องโดนประหารนั้นไม่ใช่การยิงแต่เป็นการตัดศีรษะ แต่เมื่อเขาโดนสั่งให้มีโทษประหารแล้วเขาก็ยังจะได้ทดลองในสิ่งสุดท้ายของเขาในชีวิตอีกด้วย นั้นก็คือ การตัดหัว การทดลองก็คือจะให้คนที่เป็นลูกศิษย์ของเขาได้เข้ามาดูการตัดหัว เมื่อตัดหัวไปแล้วคนจะมีชีวิตอยู่ได้นานเท่าไรจนกว่าสมองจะตายแล้วจบลงและการสังเกตในครั้งนี้ก็คือ ให้จดข้อมูลว่า เขากระพริบดวงตากี่ครั้ง เมื่อถูกตัดหัวไปแล้วแต่การทดลองนี้ก็ข้อมูลสาบสูญหายไปหมดที่ว่าคนเราจะมีชีวิตอยู่ได้นานเท่าไร บุคคลท่านนี้ถือว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่และค้นคว้าในสายอาชีพเป็นคนสุดท้ายของชีวิตจริงๆและเป็นที่น่าจดจำไปอีกนานเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้ อ็องตวน ลาวัวซีเย    

อริสโตเติล ผู้คิดริเริ่มให้แบ่งสัตว์ให้มีสองประเภท

Aristotle

ผมเชื่อว่าใครหลายคนก็ต้องรู้จักบุคคลท่านนี้อย่างแน่นอนเขามีเรื่องราวมากมายเลยที่เดียวเพราะเขาคนนี้ยังเก่งในหลายๆด้านมากมายเลยที่เดียว ชื่อ อริสโตเติล เพลโต นั้นเองละครับ ซึ่งบุคคลท่านนี้มีความเก่งและความรู้รอบตัวมากเป็นยังสูงเลยก็ว่าได้และมีความรู้ในรอบด้านหลายอย่างเลยที่เดียวและเขามีอาชีพหลายอย่างเยอะแยะมากมายเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น นักวิทยาศาสตร์ การเมือง จริยศาสตร์ และ สัตว์วิทยา และเขายังได้รับการยกย่องจากโลกอีกว่าเป็น นักปรัชญากรีซโบราณระดับที่ยิ่งใหญ่และควรที่จะจารึกไว้เป๋นอย่างมากเลยก็ว่าได้ และเมื่อเขามีความรู้เหล่านี้มากมายซะเหลือเกินบางที่เขาก็ได้ไปเป็นครูสอนให้กับบุคคลดังที่ชื่อว่า อเล็กซานเดอร์มหาราช อีกด้วย และเขายังมีผลงานอีกด้านหนึ่งที่เขาชอบมากก็คือการเขียนหนังสือเกี่ยวกับความรู้ที่เขามีทั้งหมดขึ้นมาเพื่อให้คนได้อ่านและจดจำในสิ่งที่เขาได้เรียนรู้พบปะเจอมาทั้งหมด และเขายังได้เขียนเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วกว่าหนึ่งพันเล่มแล้วด้วยกัน และอริสโตเติลยังได้มอบการสอนหรือที่หนังๆเราได้ยินกันว่า ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งมันประกอบไปด้วยสี่ธาตุด้วยกันนั้นเอง และความรู้ที่เขาได้เรียนรู้มาทั้งหมดก็ได้มาจากการที่ได้เรียนรู้จากพ่อซึ่งเป็นบิดาของเขานั้นเอง บุคคลท่านนี้ยังได้คิดค้นแบ่งแยกสัตว์ออกไปให้มันมีสองประเภทในสองลักษณะกริยานั้นเอง นั้นก็คือ พวกที่มีกระดูกสันหลังและไม่มีกระดูกสันหลังนั้นเองละครับ อริสโตเติล ได้รับจากทั่วโลกแล้วว่าเป็นคนที่เก่งมากที่สุดและมีความรู้มากที่สุดด้วยและเขายังได้ปั่นรูปปั่นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่การจากไปของ อริสโตเติล เพลโต ให้เป็นที่ระลึกอีกด้วยนั้นเอง    

กูกลิเอลโม มาร์โคนี่ นักประดิษฐ์วิทยุโทรเลขคนแรกของโลก

Guglielmo Marcony

ผมมีเรื่องจะมาบอกเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งที่มอบความสุขให้คนทั่วโลกมาจนถึงยันปัจจุบันนี้เลยก็ว่าได้นะครับ นักวิทยาศาสตร์คนนี้อาจจะมีชื่อที่ยาวหน่อยแต่ก็เป็นคนที่น่าจดจำมากที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ชื่อของ กูกลิเอลโม มาร์โคนี่ นั้นเองละครับ โดยท่านนี้เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ.1874 ในตัวเมือง โบโลญญ่า ที่ประเทศอิตาลี ในช่วงวัยเด็กของเขาเป็นคนที่ฉลาดมากมายเลยที่เดียวเขาชอบหยิบโน่นหยิบนี่มาทดลองอยู่เสมอซึ่งเด็กคนๆอื่นจะไม่ทำเลยเพราะห่วงแต่เล่น และเมื่อโตมาเขาได้หาประดิษฐ์สิ่งหนึ่งที่มีความหมายมากมายแก่ชาวโลกนั้นคือการประดิษฐ์ เครื่องโทรเลข นั้นเองเมื่อเขาได้ประดิษฐ์สิ่งของชิ้นนี้สำเร็จเขาก็ได้เอาไปให้รัฐบาลต่างประเทศนั้นก็คือประเทศอังกฤษเพื่อสนับสนุนโครงการนี้ให้ก้าวไปได้ไกลมากยิ่งขึ้น และเมื่อเขาพัฒนาได้เป็นผลสำเร็จในการผลิตเครื่องโทรเลขนี้ได้ ก็เป็นที่ฮือฮ่าแก่คนทั่วโลกเป็นอย่างมากเลยที่เดียวจน กูกลเอลโม มาร์โคนี้ เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ และเขายังได้พัฒนาต่อเนื่องเครื่องโทรวิทยุโทรเลขให้มันมีเสียงและก็ประสบความสำเร็จในเวลาต่อมาในที่สุด และเขายังได้รางวัลโนเบล รางวัลที่ยิ่งใหญ่มาครอบครองและยังได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นวุฒสมาชิก และยังได้รับการยกย่องให้เกียรติจากรัฐบาลของประเทศอิตาลีเป็นอย่างมากเลยที่เดียว และเครื่องมือของเขาเหล่านี้ก็ได้เป็นสิ่งที่มองความความสุขหลายอย่างและการทำงานหลายรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความในด้านของการบันเทิง การติดต่อข่าวสารต่างๆ ร่วมไปถึงการงานเช่น พวกขนส่งทางเรือ ทางอากาศ หรือการพูดคุยสื่อสารจากในระยะที่ไกลๆของคนสองคนด้วยนั้นเอง นักวิทยาศาสตร์ท่านนี้ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะเขาได้มอบสิ่งที่คนอยู่ไกลๆได้คุยได้ยินเสียงกัน ด้วยเครื่องที่มีให้ใช้กันอยู่ทุกวันนี้นั้นเอง    

นิโคลา เทสลา บุคคลนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบสนามแม่เหล็กโลก

Nicola22

ผมจะมาพูดถึงบุคคลอีกท่านหนึ่งที่มีความคิดและถือได้ว่าเป็นคนที่เก่งในทุกรอบด้านก็ว่าได้ ซึ่งเขายังเป็นถึงนักวิทยาศาสตร์ด้วย เขาชื่อ นิโคล เทสลา อาศัยอยู่ในโครเอเชีย แต่ได้มีสัญชาติอเมริกันด้วย เกิดวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ.1856 ในช่วงสมัยนั้นเขาได้ยอมรับยกย่องให้เป็นบุคคลที่มีความเก่งและสังสรรค์สิ่งของไว้มากมายเลยที่เดียว เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่รักในการชอบทดลองสิ่งแปลกๆใหม่อยู่เสมอมาโดยการทดลองของะจะมองหา คลื่นความถี่ของแรงดันไฟฟ้าแรงสูง และได้คิดค้นพบเจอต้นกำเนิดของสัญญาณ ต่างๆขึ้นมาอีกด้วยนั้นละ และเขานิละที่เป็นคนประดิษฐ์วิทยุไปด้วยในตัวก็ที่เราใช้กันอยู่ในทุกๆวันนี้นั้นเองละครับ บุคคลท่านนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นแก่ชาวโลกเพราะเขาได้ค้นพบสิ่งที่ทุกคนชาวโลกได้ยอมรับในตัวเขานั้นก็คือการค้นพบไฟฟ้ากระแสสลับ หลังจากการค้นพบนี้ก็ทำให้เขาได้ถูกว่าจ้างให้ไปเป็นที่ปรึกษาตามงานต่างๆและพัฒนาระบบการที่เกิดกระแสไฟฟ้าสลับอีกด้วยนั้นเองละครับ หลังจากนั้นมา นิโคลา เทสลา ก็ได้ประสบความสำเร็จมากมายเลยที่เดียวเพราะเขาได้ประดิษฐ์ของไว้หลายอย่าง นอกจากเขายังเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้วยแล้วเขายังเป็นนักวิศวกรอีกด้วยโดยเขาได้คิดออกแบบในการดำเนินของไฟฟ้าในสถานที่ต่างๆมากมายเลยที่เดียว จนหลายๆบริษัทว่าจ้าง นิโคลา เทสลา ไปออกแบบแปลนไฟฟ้าหลายที่ด้วยกันเลยที่เดียวนะครับ และเขายังได้ค้นพบสิ่งแปลกใหม่อีกด้วยนั้นก็คือการค้นพบพลังงานแม่เหล็กโลก หรือที่คนทั่วโลกรู้กันในนามสนามแม่เหล็กนั้นเองละครับ และนิโคลา เทสลา ยังได้ถูกบันทึกให้เป็นที่ที่นึกถึงแก่ชาวโลกเพราะได้โดนตีพิมพ์ตามบน ธนบัตรต่างๆอีกด้วยนั้นเองละครับซึ่งว่าเป็นการให้เกียรติแด่ นิโคลา เทสลา นั้นเอง

โทมัส อัลวา เอดิสัน ผู้คิดค้นแสงสว่างแก่ชาวโลก

adison

ผมมีบุคคลหนึ่งที่มีความเก่งและผมยังยกย่องให้เขาถือว่าเป็นอัจฉริยะของโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งบุคคลท่านนี้เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่หาตัวจับได้ยากและฝีมือและความฉลาดอันเป็นเลิศ โดยนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้มีชื่อว่า โทมัส อัลวา เอดิสัน โดยปีเกิดของ 11 กุมภาพันธุ์ ค.ศ.1847 เป็นชาวอังกฤษและคนๆนี้ต้องถือได้ว่ามีความเก่งและขยันอดทนเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้ และเขายังมีฉายาที่คนทั่วไปได้เรียกเขาว่า พ่อมดแห่งเมนโลพาร์ก อีกด้วย เขาเป็นคนที่ชอบประดิษฐ์ของหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น เครื่องนับบันทึกคะแนน แต่ก็ยังไม่ได้ถูกนำออกไปว่างจำหน่ายบนท้องตลาด แถมเขายังเป็นคนที่ประดิษฐ์เครื่องที่มันสามารถจดจำเสียงได้หรือที่เราเรียกกันว่าเครื่องบันทึกเสียงพูดนั้นเองละครับ และเขายังประดิษฐ์หลอดไฟที่คนได้ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ โดยเขาริเริ่มที่จะทำให้แนวคิดแบบช่วยเหลือคนจนสามารถผลิตหลอดไฟได้หลายแบบต่างๆออกไปทั่วโลก จนเขาเปิดบริษัททำหลอดไฟก็เป็นอะไรที่กิจการดีมากรุ่งเรื่องส่งออกหลอดไฟไปได้อย่างทั่วโลกจนเขาร่ำรวยขึ้นกับการที่เขาคิดสิ่งประดิษฐ์ที่ให้แสงสว่างแก่ชาวโลกอย่างรวดเร็วนั้นเอง แต่จริงๆแล้วหลอดไฟเขาไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์แต่เป็นคนที่พัฒนาในส่วนด้อยนั้นให้กับมีพลังงานที่อยู่ได้นานกว่ามอบแสงสว่างได้นานยิ่งขึ้นไป เชื่อไหมว่าเขาผู้นี้ประดิษฐ์สิ่งของมาแล้วมากมายหลายชิ้นเรียกว่าเป็นพันๆชิ้นเลยก็ว่าได้แต่ไม่ใช่สิ่งที่เขาประดิษฐ์ริเริ่มขึ้นเองแค่เอาของที่เขาผลิตอยู่แล้วมาพัฒนาให้ดีเยี่ยมขึ้นไปอีกจากของเดิมเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามคนทั่วโลกก็ยังยกย่องให้ โทมัส อัลวา เอดิสัน เป็นอัจริฉยะที่มอบความสุขและแสงสว่างแก่ชาวโลกมาจนถึงปัจจุบันนี้นั้นเอง    

ชาลส์ ดาร์วิน นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นผู้ถูกขัดแย้ง

Darwin

ผมมีบุคคลอยู่ท่านหนึ่งที่ถือว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่น่าจดจำอยู่ท่านหนึ่งและเก่งมากมายเลยที่เดียว ซึ่งบุคคลท่านนี้มีชื่อว่า ชาลส์ ดาร์วิน เขาเป็นบุคคลที่เป็นอัจริฉยะมากที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้และยังเก่งในแบบที่ใครๆก็คาดไม่ถึงเลย โดย ชาลส์ ดาร์วิน เขาเป็นคนอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธุ์ ค.ศ.1809 นั้นเอง โดยสายอาชีพที่เขาเลือกนั้นอยู่ในหมวดวิทยาศาสตร์แต่เป็นนักธรรมชาติวิทยานั้นเอง โดยการทำงานของเขาจะทำเกี่ยวกับพื้นฐานที่มองเห็นในกลไกของการคัดเลือกธรรมชาตินั้นเอง และเขายังได้พัฒนาในเรื่องของทฤษฎีวิวัฒนาการในรูปแบบอีกด้วยนั้นเอง และสิ่งที่ทำให้เขามีชื่อเสียงมากที่สุดและทำให้คนเป็นที่รู้จัก ชาลส์ ดาร์วิน นั้นก็เพราะเขาได้เขียนหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งที่มีชื่อเรื่องว่าThe Origin Species หรือที่มีชื่อเรียกภาษาไทยว่า กำเนิดของสรรพชีวิต นั้นเองละครับ และการค้นคว้าของเขายังได้เป็นที่ยอมรับของใครต่อใครมากมายเลยที่เดียวแต่ก็มีบางกลุ่มที่ยังไม่ชอบในทางความคิดของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ซักเท่าไรแต่ที่เห็นจะโดนขัดแย้งมากที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องหนังสือที่เขาเขียนเกี่ยวกับสัตว์ที่จะมีการวิวัฒนาการของสัตว์ต่างๆในโลกนี้นั้นเองละครับ มันก็ต้องย่อมมีบ้างสำหรับในเรื่องนี้ที่จะมีคนชอบและไม่ชอบผสมกันไปในแบบของโลกมนุษย์แต่ ชาลส์ ดาร์วิน ก็ยังเขียนในเรื่องวิวัฒนาการต่างๆแบบนี้มาเรื่อยๆอยู่เสมอมาตลอดไม่เลยในแต่ละวัน และบุคคลท่านนี้ ชาลส์ ดาร์วิน ยังได้ถูกยกย่องให้ว่าเป็นบุคคลที่น่าจดจำและได้ขึ้นชื่อเป็น ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศและประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติอีกด้วย และเมื่อเขาได้เสียชีวิตลงก็ได้จัดงานพิธีศพที่ใหญ่โตและสมเกียรติกับตัวของเขาอีกด้วยนั้นเอง

อัลเบิร์ต ไอสไตน์ อัจริฉยะวิทยาศาสตร์ที่คนทั่วโลกต่างยอมรับ

albert_einstein_head

ผมมีบุคคลท่านหนึ่งที่ถือว่ามีความความเป็นอัจฉริยะระดับโลกเลยก็ว่าได้และใครๆต่างก็รู้จักบุคคลท่านนี้อย่างแน่นอน บุคคลท่านนี้เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ มีชื่อว่า อัลเบิร์ต ไอสไตน์ คนๆนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ใครบอกเลยต้องเป็นอัจฉริยะเลยก็ว่าได้เพราะเขามีความสามารถที่จัดได้เลยว่าไม่มีคนมาเทียบความเป็นอัจฉริยะของเขาได้เลยก็ว่าได้ในสมัยนั้น โดยถิ่นฐานบ้านเกิดของเขาอยู่ที่ประเทศเยอรมันและยังเป็นคนเชื้อสายยิวอีกด้วย โดยเมื่อปีที่เขาได้ลืมตาดูโลกเมื่อ 14 มีนาคม ค.ศ.1879 บุคคลคนท่านนี้ได้สร้างชื่อเสียงไว้แก่ชาวโลกมากมายเลยที่เดียวและเป็นคนที่ชอบทดลองอะไรหลายอย่างๆโดยการที่เขาเป็นคนที่ใฝ่รักในการเรียนรู้เป็นอย่างมากเลยที่เดียวเขาชอบค้นคิดสิ่งประดิษฐ์ต่างและสามารถนำมาใช้ชีวิตในปัจจุบันได้อย่างมากมายเลยที่เดียวเลยว่าก็ได้ แต่กว่าเขาจะมาเป็นอัจฉริยะมาจนถึงทุกวันนี้เขาก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบากในวัยเด็กอยู่เหมือนกันเพราะกว่าจะพูดได้ก็ต้องใช้เวลาไปถึงสามขวบด้วยกันและกว่าจะอ่านออกเขียนได้ก็ปาเข้าไปอายุแปดขวบแล้วแต่ที่ไหนได้เมื่อเขาเติบโตขึ้นก็ได้เป็นอัจริฉยะมาจนถึงทุกวันนี้ และเขาเป็นคนที่คิดสร้างทฤษฎีแบบใหม่ๆขึ้นมาใหม่ๆอยู่เสมอเป็นประจำแต่ที่ตัวเขาคิดว่าเป็นสิ่งที่โดดเด่นและถือว่าเป็นทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษซึ่งโดยความหมายของมันก็จะเป็นเหมือนแบบว่า คนเราจะมองเห็นอัตราของการเกิดความเร็วแสงที่จะทำให้มองเห็นได้ในระยะเท่ากันและยังเป็นทฤษฎีดีเกี่ยวกับการบอกกฎแรงโน้มถ่วงในรูปแบบเรขาคณิตอีกด้วยนั้นเองจนทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลมาด้วยการโหวตของนักวิชาการสาขาต่างๆอีกด้วยนั้นเองละครับ

มารี กูรี ผู้ค้นพบในการหยุดยั้งการเติบโตของมะเร็ง

1362804408-o

ผมจะมาพูดถึงนักวิทยาศาสตร์หญิงท่านหนึ่งที่มีความสามารถเป็นอัจฉริยะเลยก็ว่าได้และเป็นผู้คิดค้นประดิษฐ์ของไว้อยากมากมายเลยที่เดียวและมองเห็นการใช้งานสิ่งของธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้มีชื่อว่า มารี กูรี ว่ากันว่าแต่ก่อน มารี กูรี ถือว่าเป็นหญิงที่สวยและงดงามมากเลยก็ว่าได้จนมีผู้ชายหลายอย่างจะได้เธอไปเป็นแฟนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย โดย มารี กุรี ได้เกิดที่ โปแลนด์ โดยวันเกิดของเขาเกิดวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ.1867 มารี กุรี ใครๆก็ต่างยอมรับเธอว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์หญิงที่มีความรู้ความสามารถที่เก่งในรอบๆเลยด้านก็ว่าได้ มารี กูรี ตอนเด็กๆเธอเป็นคนที่เรียนดีและได้ที่หนึ่งมาเป็นประจำจนใครๆก็ต่างยกนิ้วให้เธอว่าเป็นอัจฉริยะเลยก็ว่าได้ในสมัยนั้นแล้วหาใครเทียบไม่ได้ และวิชาที่เธอชื่นชอบนั้นก็คือวิทยาศาสตร์แล้วก็หวังจะทำเรื่องดีๆโดยได้คิดว่าจะให้มนุษย์มีการอยู่ที่ดีขึ้นและเธอก็ได้ศึกษาหาความรู้ไปเรื่อยๆจนเธอเก่งขึ้นมาเธอเป็นคนที่ชอบจับทดลองโน่นนี่อันไหนดีไม่ดีก็จะลองจนกว่าชิ้นนั้นจะสำเร็จและสิ่งที่คนทั่วโลกรอคอยก็มาถึงเธอได้ค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับการรักษาที่ขึ้นชื่อและคนทั่วโรคเป็นกันมากมายเลยที่เดียวนั้นก็คือ โรคมะเร็ง   เธอได้คิดค้นพบอยู่ในห้องทดลองโดยได้ผมว่ารังสีเรเดียมจะหยุดโดยไม่ไปก่อสารให้มะเร็งนั้นเติบใหญ่ขึ้นและยังช่วยยับยั้งการเป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้แบบชะงักเลย และผลงานชิ้นเอกนี้ก็ทำให้เธอได้รับรางวัลที่ถือว่าเป็นระดับโลกก็คือ รางวัลโนเบล โดยเมื่อเธอได้รางวัลโนเบลแล้วถือยังได้อุทิศตนต่อไปเกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้ารังสีเรเดียมแต่มันน่าเศร้ายิ่งนักที่เธอต้องมาเสียชีวิตกับการค้นคว้าของเธอเองเพราะสาเหตุที่เสียชีวิตเพราะว่าอาบรังสีเรเดียมมากเกินไปนั้นเอง เธอท่านนี้เป็นบุคคลที่น่าจดจำเป็นอย่างยิ่งเพราะเธอได้ช่วยเหลือโลกในการหยุดยับหยั่งโรคมะเร็งจนถึงทุกวันนี้

หลุยส์ ปาสเตอร์ บุคคลที่ช่วยชีวิตคนไว้มากมาย

pasteur2

ผมจะมาพูดถึงเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่มีความเก่งในหลายๆด้านและเป็นอีกหนึ่งนักวิทยาศาสตร์ที่ใครหลายๆคนอยากจะเป็นแบบอย่างของบุคคลท่านนี้โดยบุคคลท่านนี้มีชื่อว่า หลุยส์ ปาสเตอร์ บุคคลท่านนี้ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญระดับโลกเลยก็ว่าได้ โดย หลุยส์ ปาสเตอร์ ได้เติบโตขึ้นมาที่เมือง โดล ในประเทศฝรั่งเศส โดยปีเกิด 25 ตุลาคม ค.ศ.1811 หลุยส์ ปาสเตอร์ ได้สร้างชื่อเสียงดังไประดับโลกด้วยค้นคว้าวิทยาศาสตร์ในด้านของการรักษาในวงการของแพทย์และค้นคว้าให้ชีววิทยาได้ก้าวหน้าไปได้ไกลมากยิ่งขึ้นไปด้วย เขาเป็นบุคคลที่เก่งในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็นหมอและเคมี และบุคคลนี้ได้สร้างยาตัวรักษาที่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้อีกด้วยด้วยการ วัคซีนการป้องกันพิษสุนัขบ้า และวัคซีนนี้ยังมุ่งไปสู่การรักษาโรคที่มากมายไม่ว่าจะเป็น อหิวาตกโรค โรคคอตีบ วัณโรค ซึ่งตัวยาวัคซีนที่เขาได้คิดค้นขึ้นก็ยังเป็นยารักษาในการแพทย์ที่ยังมีมาถึงปัจจุบันจนทุกวันนี้ และเขายังเป็นคนที่คิดค้นในจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการเน่าเสียของสิ่งของ และได้มองไปถึงการพาสเจอร์ไรซ์ ในการคิดค้นฆ่าเชื้อโรคที่มันกำลังเติบโตขึ้นในแบคทีเรียของชนิดอื่นเพื่อให้นมที่เรากินนั้นได้อยู่คงได้นานมากยิ่งเหมือนแบบว่านมเพิ่งจะรีดออกจากนมวัวเหมือนเราได้กินนมสดจากเต้านั้นเอง และเขายังได้ทำในสิ่งที่น่ายกย่องขึ้นไปเมื่อในปี ค.ศ.1888 ตัวเขาได้คิดริเริ่มก่อตั้งสถาบัน ได้ใช้ชื่อว่า สถานบันปาสเตอร์ ที่เมืองหลวงปารีส และเขายังได้ขยายสาขาออกไปอีกในหลายๆพื้นที่แล้วลากไปยันถึงทั่วโลกเลยที่เดียวเพื่อที่จะให้วัคซีนพิษสุนัขบ้าได้แจกจ่ายรักษาคนที่เป็นโรคนี้ได้หายขาดจากการเป็นโรคนั้นเอง และยังมีนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันอยากจะเป็นแบบ หลุยส์ ปาสเตอร์ ที่มีความเก่งกาจและความเป็นอัจฉริยะในการคิดค้นและคนทั่วโลกก็หวังว่าจะมีคนแบบ หลุยส์ ปาสเตอร์ ได้คิดค้นยาวัคซีนรักษาโรคแบบใหม่มาให้ได้อีกในภายข้างหน้านี้

เซอร์ไอแซก นิวตัน บุคคลที่ค้นพบด้านแรงโน้มถ่วง

SirIsaacNewtonPIC400

ผมจะมาพูดถึงนักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งที่มีความสามารถที่เก่งกาจใช่ว่าจะหาตัวจับได้เลยที่เดียวและคนนี้ถือได้ว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์โลกอีกด้วย โดยบุคคลท่านนี้มีชื่อว่า เซอร์ไอแซก นิวตัน นั้นเองละครับ โดย เซอร์ไอแซก นิวตัน เป็นคนอังกฤษ เกิดวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2185  เซอร์ไอแซก ถือว่าเป็นคนบุคคลที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่น่าจับตาองมากที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้โดยความคิดของเขาที่มีความล้ำเลิศทางด้านสมองและสติปัญญาที่เฉียบคบเขาสามารถประดิษฐ์สิ่งของที่ทำให้โลกต้องตกตะลึงในความที่เขาเป็นอัจฉริยะด้วยการสร้างสิ่งประดิษฐ์กล้อง โดยกล้องชินนี้คือ กล้องโทรทรรศน์สะท้องแสง และได้สิ่งนี้เป็นชิ้นแรกของโลกด้วยนั้นเองและยังใช้งานได้จริงอีกด้วย โดยชีวิตส่วนตัวของ เซอร์ไอแซก นิวตัน นั้นจะเป็นบุคคลที่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเรื่องของศาสนาเท่านัก เพราะทำไมเขาไม่เชื่อเพราะเขาเป็นคริสเตียนนอกนิกาย นั้นเองและเขายังเป็นผู้เขียนบทคัมภีร์ไบเบิลเกี่ยวกับการศึกษาในด้านไสยศาสตร์ขึ้นมาเองโดยการที่เขาเรื่องพวกนี้เขายังใส่ใจในการเขียนมากกว่าเรื่องวิทยาศาสตร์ที่เขาชื่นชอบมากกว่าซักอีก และในเวลาต่อมาที่ทำให้โลกต้องตกตะลึงในสิ่งที่เขาค้นพบด้วยความบังเอิญของเขาโดยการที่เขาได้ไปอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ในสถานที่แห่งหนึ่ง โดยเขาได้สังเกตแอปเปิ้ลที่ตกลงมาจากต้นไม้ โดยคำนวณว่าแอปเปิ้ลผลตกลงมาได้อย่างไรโดยที่เขาสรุปได้มาก็คือดังเพราะ วัตถุท้องฟ้าล้วนอยู่ในกฎของในใต้ธรรมชาติที่มีการหมุนเวียนไปมาจนมาเป็นการสอดคล้องของดาวเคราะห์และก็เป็นเรื่องทำให้บอกเรื่องราวและพิกัดของพระอาทิตย์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำจนมันเป็นจุดศูนย์กลางจักรวาล และเขายังพัฒนาให้ดีต่อไปในเรื่องของวิทยาศาสตร์ให้ก้าวไปไกลยิ่งขึ้นด้วย บุคคลท่านนี้ถือว่าเป็นบุคคลที่น่าจดจำมากที่สุดคนหนึ่งและถือว่าเป็นคนที่ดังมากที่ในหมู่คนที่กำลังศึกษานักวิทยาศาสตร์มากที่สุดด้วย

‹ Previous Posts